JujOoP 的个人资料(づ ̄ ³ ̄) Jujoop...Jujoop照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
6月27日 วันที่ชั้นป่วงวันนี้ตื่นเช้าขึ้นมาพร้อมกับอาการแปลก ๆ ที่เป็นปกติอยู่บ่อย ๆ ที่แฟนประจำ Blog นี้จะได้เห็นคำนี้อยู่บ่อย ๆ พอๆกับคำว่า ขี้เกียจ นั้นก็คืออาการ ป่วง มีหลายคนถามว่า ป่วง คืออะไร ก็เลยมานั่งนึกๆว่า ป่วง คืออะไร มีรากศัพท์มาจากคำว่าอะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร ใครเป็นคนบัญญัติศัพท์นี้ขึ้นมาใช้ และเป็นคำไทย หรือว่า คำเมือง................ไม่รู้เหมือนกันว่า เริ่มใช้คำว่า ป่วง มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าคำนี้เข้ามาอยู่ภายในหัวสมองกลวงๆ ที่เต็มไปด้วยขี้เลื่อยนี้ และอาการป่วงที่กระจายอยู่ตามกระแสเลือดในร่างกายมาตั้งแต่เมื่อไหร่.............ตอนแรกก็คิดว่า หรือจะเป็นศัพท์บัญญัติเฉพาะตัวที่ตัวเองชอบตั้งขึ้นมาใช้เองและชอบลืมตัวเอาไปพูดกับคนอื่นจนเค้างง ตัวอย่างคำที่ใช้บ่อยๆเช่น
• ตึ๊ง-ตึ๊ง = หลังเต่า เช่น “นี่นี่!! ระวังตึ๊ง-ตึ๊ง นะ....โอ๊ยยย !! บอกแล้วว่าให้ระวังตึ๊ง-ตึ๊ง แล้วยังไม่เบรกอีก....”(แหนะ!! มีการไปว่าเค้าอีก...คนขับรถคงกำลังงงอยู่ว่าไอ้ ตึ๊ง-ตึ๊ง ของจุ๊บมันคืออารัยว๊า) • กะง๊อง = เครื่องหมายคำพูด “ ” เช่น “นี่ๆใส่เครื่องหมายกะง๊องด้วยซิ”.....“ใส่เครื่องหมายอารัยนะ” คนฟังก็ได้แต่ทำหน้างง…. “ก็ใส่ไอ้ตัวกะง๊องๆไง”....ยังไม่รู้ตัวอีกอ่า คราวนี้เลยโดนสวนกลับมาว่า “แล้วไอ้กะง๊อกของแกเนี่ย มันคือตัวอารัยล่ะ” หุหุ แล้วก็นึกขึ้นได้ เลยต้องรีบขอโทษขอโพยกันใหญ่ ดีนะไม่โดนตีหัวแตกซะก่อน
นี้ก็เป็นเพียงตัวอย่างบางคำที่บัญญัติขึ้นมาใช้เอง.......เอาล่ะ กลับมาที่ความหมายของคำว่า ป่วง ตามคำหมายในพจนานุกรม ฉบับจูจุ๊บ (หมายเหตุ : ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิง หรือเป็นหลักฐานในกรณีใดๆทั้งสิ้น) คำว่า ป่วง เป็นคำที่ไม่รู้จะหาความหมายเฉพาะยังไงดี เนื่องจากมันเป็นอาการ อาการหนึ่งที่ไม่มีที่มาที่ไป นึกอยากมาก็มา นึกอยากจะหายก็หาย แล้วแต่กรณี....เป็นอาการที่นำหลายๆอาการเข้ามาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว คือ อาการเบื่อหน่ายกับทุกสิ่ง เซ็ง เครียด หงุดหงิด ง่วงนอน ฯลฯ ซึ่งก็แล้วแต่ละกรณีอีกเช่นกัน อาการป่วงจะเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่รู้อารัยซักอย่าง รู้อย่างเดียวตอนนี้ ป่วง.....เมื่อเกิดอาการนี้จะทำให้เกิดความรู้สึกที่อยากจะหนีไปที่ไหนก็ได้ ไปให้พ้นความซ้ำซากจำเจที่เกิดในชีวิตประจำวัน... วิธีรักษา อาการป่วงเป็นอาการที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ มีเพียงแต่ทำให้อาการทุเลาลง แต่ไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าอาการจะกลับมากำเริบอีกเมื่อไหร่ และใช้เวลานานแค่ไหน...วิธีที่จะทำให้อาการป่วงบรรเทาลง คือ การได้ทำอารัยที่แตกต่างออกไปจากเดิม เช่น การไปกินเหล้า เฮ้ยย!!ไม่ใช่ ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ..การไปปิ้งของ หรือว่า การช๊อปปิ้ง นั้นเอง..การได้ระบายเรื่องราวต่างๆ ให้ใครซักคนฟัง..การไปทำบุญ ตักบาตร ปล่อยนกปล่อยปลา ฯลฯ เป็นต้น ตอนนี้เวลาที่เกิดอาการป่วงไม่รู้ว่าเป็นเพราะอารัย ภาพท้องทะเล ภาพเกาะที่เงียบสงบ กับภาพวิถีชีวิตที่เรียบร้อยแถวทะเล มันมักจะโผล่เข้ามาในความคิดอยู่เสมอ (สงสัยกระเหรี่ยงน้อยอยากลงดอยไปเที่ยวทะเล) แต่ด้วยเหตุผลของภาระหน้าที่การงานทำให้ไม่สามารถจะทำให้ภาพในจินตนาการเป็นจริงขึ้นมาได้....555 ทำเป็นให้ดูดี แต่จริงๆแล้วคือ ไม่มีเงิน ไม่มีเพื่อนไปนั้นเอง เฮ้อออ!! เมื่อเช้าตอนขับรถมาก็คิดว่าถ้าอยู่ดีๆ หายตัวไปเลยจะดีมั๊ยนะ แต่ก็ได้แต่คิดเท่านั้น...
*หมายเหตุ* ข้อความข้างล่าง หมายเหตุ เป็นต้นไป เป็นการระบายความรู้สึกล้วนๆ ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ใดทั้งสิ้น หากคุณรู้ตัวว่าเป็นคนจิตใจอ่อนไหว และมีอารมณ์คล้อยตามอารมณ์ผู้อื่นได้ง่าย ขอแนะนำให้รออ่าน Blog ที่จะเขียนขึ้นใหม่ในอนาคตอันใกล้นี่ดีกว่า หรือว่าจะกลับไปอ่าน Blog เฮฮาอันเก่า เพื่อรื้อฟื้นความทรงจำ -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วันนี้ขณะที่ขับรถออกจากบ้านมาทำงาน อาการป่วง ก็ค่อยๆกำเริบ คุกคาม ไหลเวียนขึ้นมาในกระแสเลือด อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว....หลายๆเรื่องที่เข้ามาวนเวียน ให้ต้องขบคิด ความคิด ความรู้สึกแย่ๆที่เริ่มต้นก่อเกิดอาการ คือ เรื่องที่ตัวเองหาจุดยืนให้กับตัวเองไม่ได้ ไม่รู้ว่าตัวเองชอบ หรือว่าอยากที่จะทำงานอะไร งานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่ว่าไม่ดี เป็นงานที่ดีงานหนึ่ง สถานที่ทำงานกว้างขวาง มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมากมาย เช่น คอมพิวเตอร์ส่วนตัว, Internet ฟรี, แอร์เย็นๆ ฯลฯ เป็นงานที่ถือว่าไม่ยุ่งยาก และก็ไม่ได้ง่าย สบายตลอดเวลา แต่ก็ถือยังสบายกว่าใครหลายๆคน นับว่าโชคดีที่ได้ทำงานที่นี่ตั้งแต่เรียนจบได้ไม่กี่เดือน เดือนสิงหาคม 49 นี้ ก็นับเป็นเวลา 5 ปี ที่ทำงานที่นี่มา แต่แล้วก็มีความคิดที่ว่า ในอนาคตล่ะ เราจะทำงานที่นี่ไปจนถึงเมื่อไหร่ เป็นที่รู้ๆกันว่าการทำงานกินเงินเดือนแบบนี้ ไม่มีทางทำให้รวยได้ นอกซะจากคุณจะทำงานกินเงินเดือน เดือนละเป็นแสน........งานที่ทำอยู่จะเรียกว่าใช่งานที่อยากทำหรือป่าว มันก็ยังไม่ใช่ แล้วก็ย้อนกลับมาถามตัวเองว่า แล้วอยากทำงานอารัย มันก็หาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ ถามว่าเก่งอะไร มีความเชี่ยวชาญทางไหน ก็ตอบได้แค่ว่า ไม่รู้ รู้แต่ว่ามีความรู้เหมือนเป็ด ก๊าบๆ รู้โน่นรู้นี้นิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เก่งอะไรซักอย่าง...จะไปสมัครงานที่อื่น ก็ไม่รู้ว่าจะไปสมัครงานอะไรดี ไปแล้วถ้าแย่กว่าเก่าล่ะ ถ้าหางานใหม่ เงินเดือนน้อยกว่าเดิม ใครล่ะอยากจะไป แต่ถ้าจะอยากได้เงินเดือนมากกว่าเดิม คุณก็ต้องมีความสามารถจริงๆ คิดแล้วก็ยิ่งเครียด
แต่แล้วเรื่องมันก็ไม่ได้จบลงแค่เรื่องงาน มันพาลไปพัวพันกับเรื่องอื่นอีกหลายๆ เรื่อง หลังจากที่สับสนกับเรื่องงาน มันก็ตามมาด้วยเรื่องเรียน เหตุผลที่เรียนต่อเพราะว่า ณ ช่วงเวลาหนึ่ง สถานการณ์ในที่ทำงาน ไม่มั่นคง มีความเสี่ยงต่อการถูกปลดออกจากหน้าที่...ทำให้ในช่วงเวลานั้น เครียดมาก และทำการตัดสินใจว่าจะเอาเงินก้อนเล็กๆที่แม่บอกว่าเตรียมให้ลูกๆว่าจะเอาไปลงทุนทำธุรกิจ หรือว่าจะเอาไปเรียนต่อ ตอนนั้นก็คิดไม่ออกว่าจะเอาไปลงทุนทำธุรกิจอะไรดี ถ้าลงทุนแล้วประสบความสำเร็จก็ดีไป แต่ถ้าเจ๊งขึ้นมา เงินก้อนนั้นก็จะหายแว๊บไปเลย ก็เลยตัดสินใจเรียนต่อดีกว่า เพราะว่าผลสุดท้าย เรียนจบมาก็ยังมีดีกรีป.โท มาให้พ่อแม่ชื่นใจ...ตอนนี้ก็คิดอยู่เสมอว่า เราคิดถูกคิดผิดที่เรียนต่อ ป.โท....เวลานี้ได้แต่ถามตัวเองว่าได้อะไรจากการเรียน ป.โท ที่แน่ๆ คือ ได้เพื่อน ได้ความรู้ แต่ยังไม่สามารถนำมาพัฒนาตัวเองได้ อันนี้ไม่ใช่ความผิดของการเรียน แต่มันเป็นความผิดของตัวเอง ที่ไม่รู้พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ไม่พยายามเรียนรู้ด้วยตัวเอง...อาจจะเป็นเพราะว่าหลังจากเรียนไป ถึงได้รู้ว่าหลักสูตรนี้ไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองคาดหวังว่าจะได้เรียน และมันเป็นความผิดของตัวเองที่คิดว่าการเรียนป.โทจะเหมือนกับการเรียนป.ตรี ที่มีอาจารย์คอยสอนความรู้ทุกอย่างให้เราตั้งแต่จนจบ....ตอนนี้ก็ยังเรียนไม่จบ เหลือเพียงแค่ IS ตัวเดียว แค่ตัวเดียวแต่ก็สร้างปัญหาให้มากมาย คือ อยากจะไปไหนก็ยังไปไม่ได้ ติดที่ว่ายังเรียนไม่จบ จะยกเลิกไปเลย ไม่สนใจก็กลัวพ่อกะแม่จะเสียใจ เสียดายเงินที่ลงทุนไป ความฝันที่คิดว่าจบป.โทมาจะได้ทำงานที่เงินเดือนเยอะๆ พ่อกับแม่จะได้สบาย มันก็ไม่ได้เป็นความจริงตามที่ฝันไว้............ตอนนี้พยายามที่จะทำ IS ให้เสร็จไวๆ จะได้ปลดภาระที่หนักอึ้งนี้ออกจากจิตใจซะที
พอจบจากเรื่องงานเรื่องเรียน มันก็ย้อนกลับมาคิดถึงเรื่องชีวิตของตัวเอง ว่าทำไมชีวิต ความคิดของเรามันถึงได้ไร้สาระจริงๆ เมื่อไหร่จะมีความคิดโตเป็นผู้ใหญ่เหมือนคนอื่นซะที มันรู้สึกว่าอายุก็ไม่ใช่น้อยๆแล้ว บางคนอายุเท่าเรา ทำไมเค้าประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เค้ามีหลักทรัพย์มีอะไรหลายๆอย่างเป็นของตัวเอง ไม่ล่องลอยไร้จุดหมายเหมือนเรา แล้วตอนนี้เรามีอะไร ไม่มีอารัยเป็นชิ้นเป็นอันที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองเลย...เมื่อไหร่จะรวย ความคิดนี้วนเวียนอยู่ในหัวมาตั้งแต่เด็ก ที่อยากรวยไม่ใช่อารัยหรอก อยากให้พ่อแม่สบาย อยากให้เค้ามีเงินซื้ออารัยก็ได้ที่เค้าอยากซื้อ อยากให้เค้าไปเที่ยวในที่ที่เค้าอยากไป...แต่ทุกวันนี้แค่ตัวเองยังเลี้ยงตัวเองไม่รอดเลย เฮ้อออ!! ก็รู้ตัวนะ ว่าโดนทั้งพ่อ แม่ พี่น้อง และคนรอบข้างคิดว่า เมื่อไหร่จะทำโตซะที เลิกทำตัวไม่มีระเบียบ ทำตัวติ๊งต๊อง ไร้สาระเป็นเด็กอยู่ได้...อยากบอกว่าไม่ใช่ไม่คิดที่จะปรับปรุงตัวเอง ก็สันดาน เฮ้ยยย นิสัยมันชอบง๊องแง๊ง ทำตัวขี้เกียจ ทำตัวเป็นเด็กนี่นา เอาเป็นว่าจะพยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นให้สมกับอายุ มีสาระมากขึ้น ขี้เกียจให้น้อยลง และจะเป็นคนดีของสังคมก็แล้วกัน
ถามตัวเองอยู่เสมอว่ารู้จักคนเยอะมั๊ย ก็รู้จักเยอะนะ เพื่อนเยอะมั๊ย ก็เยอะนะ...แล้วก็ถามตัวเองว่าเหงามั๊ย เหงานะ...ทุกวันนี้ตื่นเช้ามาขับรถไปทำงาน ทำงานเสร็จขับรถกลับบ้าน ชีวิตทุกวันก็มีอยู่แค่นี้...นานๆทีเพื่อนจะชวนไปเที่ยวที เนื่องด้วยภาระงานความรับผิดชอบของเพื่อนๆแต่ละคนที่มีเพิ่มมากขึ้นตามประสบการณ์ การที่เพื่อนต้องย้ายไปทำงานต่างจังหวัด การที่เพื่อนๆเปลี่ยนสถานะจาก สาวโสด ไปเป็นสมรสแล้ว ทำให้การนัดหมายสังสรรค์ก็ลดลงไปเรื่อยๆไปตามกาลเวลา...ตอนนี้นึกอยากจะไปไหนก็ไม่รู้จะโทรไปชวนใครดี เพราะว่าไม่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า อยู่ๆดีก็นึกอยากจะไป บางทีกดๆๆโทรศัพท์ไล่ดูชื่อเพื่อนๆ แต่ก็ไม่รู้จะโทรไปหาใครดี...ถ้าพูดถึงช่วงนี้ไม่ได้รู้จักใครๆใหม่ๆ เลยคิดไปคิดมา ตกลงเราเพื่อนเยอะหรือว่าเพื่อนน้อยกันแน่เนี่ย…มันเหงานะ ใครว่างชวนไปเที่ยวบ้างก็ได้
อีกเรื่องเป็นเรื่องที่คิดว่าในชีวิตผู้หญิงทุกคนต้องคิดเรื่องนี้ คือ เรื่องการแต่งงาน...เนื่องจากช่วงปีที่ผ่านมาหลายๆ คนที่รู้จัก รวมทั้งพี่สาวก็ได้สละโสดไปหลายคน...ทำให้เจอคำถามว่าเมื่อไหร่จะแต่งงาน ถามว่าอยากแต่งงานมั๊ย คำตอบคือ อยากแต่งงาน อยากมีครอบครัว อยากมีลูกน่ารัก ๆ...แล้ว ถ้าถามว่าตอนนี้ถ้ามีคนมาขอแต่งงานจะแต่งงานมั๊ย คำตอบคือคำว่า ไม่....ฟังดูอาจจะคิดว่า อ้าว!!ไหนบอกว่าอยากแต่งงาน...ใช่ค่ะ อยากแต่งงาน แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้...เพราะอะไรเหรอ...ตอนนี้รู้ตัวดีว่ายังไม่พร้อมที่จะไปใช้ชีวิตร่วมกับใคร จะไปดูแลใคร แค่ตัวเองยังเอาไม่รอดเลย พ่อกับแม่เรายังดูแลไม่ได้เลย แล้วอยู่ดีๆจะมีอีกคนที่เราดูแลเพิ่มขึ้นมาอีก...อีกอย่างที่คิดมาตลอดว่า คนที่จะมาแต่งงานกับเรา ไม่ใช่จะมาดูแลเราแค่คนเดียว แต่ต้องดูแลพ่อแม่พี่น้องของเราได้ด้วย (มีของแถมซะขนาดนี้จะมีใครกล้าขอแต่งงานมั๊ยเนี่ย) เลยทำให้เกิดความคิดที่ว่า หรือว่าเรายังไม่เจอคนที่ใช่สำหรับเรา เราจะรู้ได้ยังไง ว่าผู้ชายคนไหนคือคนที่ใช่ วันนี้แชทคุยกะเพื่อนคนนึงว่า เมื่อไหร่เราจะเจอคนๆนั้น คนที่เราอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ร่วมกับเค้า...คนที่ไม่ใช่ทำให้เรารู้สึกแค่อยากอยู่ด้วยกันตลอด แต่คือคนทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่อยากจากเค้าไปไหน คือคนที่เข้าใจ คอยอยู่เคียงข้าง พร้อมที่จะปกป้องเรา คือคนที่คอยสังเกต และเข้าใจในตัวเรา เหมือนแค่มองตาก็รู้ใจอารัยทำนองนั้น และเราก็รู้สึกแบบนั้นกับเค้าเหมือนกัน.....เพื่อนตอบกลับมาว่า ในชีวิตจริง ไม่มีแบบนั้นหรอก อาจจะมีก็ได้ แต่ก็คงน้อยคนมากที่จะเจอ....หรือว่าคำว่า ผู้ชายในฝัน มันก็คือผู้ชายในฝันจริงๆ.......ถามว่าตอนนี้มีใครเข้ามาจีบมั๊ย คำตอบคือ มี....มีมาแล้วก็หายไป หายไปแล้วก็กลับมา กลับมาแล้วก็หายไปอีก หรือว่าหายไปแล้วหายไปเลย หรือที่อยู่ดีๆกลายเป็นเพื่อนกันแทนก็มี หรือที่คนที่ดี จริงๆใจเสมอต้นเสมอปลายรู้จักคบกันมานานก็มี(อยู่ก่ำกึ่งระหว่างคำว่าแฟนและเพื่อนสนิท (ถ้าอ่านแล้วอย่างอนนะ..อย่าโกรธ..อย่าหายไปด้วย.ขอโทษที่เห็นแก่ตัว))... … … … ก็มานั่งคิดว่าอะไรมันก็ไม่แน่ไม่นอน คนที่เราคิดว่าเค้าไม่ใช่ในเวลานี้ อาจจะเป็นคนที่ใช่สำหรับเราอนาคตก็ได้ หรือคนที่เราคิดว่าใช่สำหรับเราในเวลานี้ เค้าอาจจะไม่ใช่ คนที่ใช่ในอนาคตก็ได้ เอาเป็นว่าให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกอย่างล่ะกันดีกว่า......ถ้าพร้อมเมื่อไหร่จะไปขอแต่งงานเองเลย ไม่ต้องรอให้มาขอก็ได้
สงสัยว่าช่วงนี้คงจะอ่านหนังสือนิยายรักโรแมนติกที่พี่สาวคนโตขยันซื้อมามากไปหน่อย (ซื้อมาหลายเล่มมากๆๆ) เลยทำให้อยากมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ หรือว่าจบแบบ Happy Ending เหมือนในหนังสือ...เอ๊ะ!! หรือว่าที่มาของอาการป่วงเป็นเพราะว่าอ่านนิยายมากไป หรือว่าเป็นเพราะว่าเข้าสู่ช่วงวัยทองกันแน่เนี่ย....555 ที่จริงยังมีอีกหลายเรื่องวนเวียนอยู่ในหัว...แต่ว่าคิดว่าพอแล้วดีกว่า เก็บเอาไว้มาระบายเวลาป่วงคราวหน้าล่ะกัน...หลังจากที่ได้ระบายความรู้สึกออกมาเป็นตัวหนังสือ รู้สึกว่าอาการป่วงจะทุเลาลงบ้างแล้ว...ขอขอบคุณทุกท่านที่เสียสละเวลาอันมีค่า มารับฟังแค่เรื่องเล็กๆของผู้หญิงตาเล็กๆคนหนึ่ง -_- เพราะว่าคิดว่าเรื่องของจุ๊บที่เล่าไป อาจจะเป็นแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆ หากเทียบก็เรื่องแย่ๆที่ใครอีกหลายๆคนต้องเจอ....ขอบคุณค่ะ
6月20日 คำสัญญา...ของหนอนขี้เกียจมาแล้ว....มาแล้วววววว ตามคำสัญญาค่ะ...ไปถ่ายรูปเด็กๆมาแล้ว แต่ว่ายังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไว้จะไปถ่ายมาลงใหม่อีกทีนะคะ.......งานนี้ไปถ่ายพระเอกกับนางเอก เล่นตัวเหลือเกินค่ะ...ไม่ยอมอยู่นิ่งๆให้ถ่าย ไม่เหมือนตัวประกอบทั้งหลาย มานั่งนิ่งหน้ากล้อง เก๊กหน้าสวยหน้าหล่อให้ถ่ายกันตรงๆ
คุณแม่คุ๊กกี้ค่ะ...ปกติหล่อนจะไฮเปอร์มั่กๆๆ ไม่ยอมอยู่นิ่ง แต่นี่นั่งเก๊กหน้าสวยอยู่นานมั่กๆๆ เลยต้องหันกลับมาถ่ายรูปคุณเธอซักแช๊ะ 2 แช๊ะก่อน สงสัยจะร้อนแต่ละรูปที่ถ่ายออกมาแลบลิ้น แฮะๆๆทุกรูปเลย
นู๋หมีใหญ่ค่ะ...ปกติก็จะไฮเปอร์สุดๆเหมือนกัน แถมไม่ค่อยเข้ามาคลอเคลียใกล้ๆเท่าไหร่ แต่วันนี้มานั่งหน้าแป้นแล้นนน อยู่ข้างหลัง เลยต้องถ่ายคุ๊กกี้ที หมีใหญ่ที
ข้าวตอก SuPer DoG นี่ก็อีกตัว ยืนถ่ายรูปอยู่ ก็มายืนเข้ากล้องไม่ยอมไปไหน เป็นหมา Super Dog จริงๆนะคะ..ปีนรั่วเองได้ รั้วสูงๆๆด้วยนะ ไม่เคยถ่ายรูปทันซะทีตอนปีนรั้ว เคยมีวีรกรรมโดนไล่ออกจากบ้านค่ะ..แต่สุดท้ายก็สามารถมาตามหาจุ๊บเจอถึง ม.เชียงใหม่ รู้สึกจะเขียนเขียนไว้ใน Blog เก่าๆ .. เอ๊ะ!! หรือป่าวน๊า ถ้ายังจะมาเล่าให้ฟังทีหลังล่ะกัน
ในที่สุดก็มาถึงพ่อเอก นางเอกของเราค่ะ...Golddy & Money ความเดิมจาตอนที่แล้ว....ตกลงพ่อไม่ถูกหวยค่ะ เลยมีมติว่าถ้าใครสนใจอยากเจรจาธุรกิจสามารถติดต่อเข้ามาได้...แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงค่ะ เพราะรู้สึกว่าตอนนี้แต่ละคนเริ่มจะหลงรักเจ้าตัวเล็กเข้าให้แล้ว (อีกแล้ว)
คุณแม่แนนซี่กะคุณลูกๆค่ะ..กำลังนอนกินนมอย่างเอร็ดอร่อย อิอิ
นู๋ Money แสนเรียบร้อย ชอบไปหลบมุม หรือไม่ก็แอบอยู่หลังกะลามัง แล้วยื่นหน้ามาแอบดูค่ะ
คุณชาย Golddy จอมซน เห็นหน้าเรียบร้อยแบบเนี่ย แต่ว่าซนสุดๆๆแถมชอบแกล้งน้องสาวเป็นที่สุด
นู๋น่ารักมั๊ยค่ะ...แต่ว่ามองเห็นนู๋กันหรือป่าวเอ่ยยยย
ถ่ายรูปคู่ อิอิ เขินๆๆ ยังไม่กล้ามองกล้อง
แง แง นู๋โดนแกล้งอีกแย้ววววววว 6月16日 การกลับมาอย่างขี้เกียจอีกครั้งของเจ้าหนอนกลับมาแล้วค่ะ....ตามคำเรียกร้องของแฟนคลับ (เหอๆๆมีตั้งแต่เมื่อไหร่) แต่ถึงยังไงความขี้เกียจก็ยังคงมีอยู่ แถมพ่วงด้วยอาการเบื่อๆ เซ็งๆ ป่วงๆมาอีกตะหาก...แต่จริงๆก็เข้ามาเช็ค Blog อยู่ทุกวัน วันละหลายเวลา (เวลาที่เบื่อๆไม่รู้จะทำอะไร เลยอู้งาน) แต่ก็ไม่เห็นถึงความเคลื่อนไหวใดๆเกิดขึ้น เนื่องจากไม่ค่อยมีคน Comment 555 สงสัยจะไม่ค่อยมีใครอ่าน ก็เลยขี้เกียจอัพ (แอบมีเคืองคนที่ไม่ยอม Comment) เอาแบบนี้ล่ะกัน /|\(-o- ) สาธุ๊!!! ถ้าใครเข้ามาอ่านแล้วไม่ยอม Comment ขอให้ท้องเสียจู๊ดๆๆ และก็ขอให้จุ๊บน่ารักขึ้นเรื่อยๆ รวยขึ้นเรื่อยๆ อิอิ สาธุ๊ สาธุ๊ สาธุ๊
ช่วงที่ผ่านมีเหตุการณ์ที่สำคัญและสร้างความประทับใจให้กับคนไทยทั่วประเทศ....สีเหลืองบานสะพรั่งไปทั้งประเทศ...คิดว่าหลายๆคนคงจะรู้สึกเหมือนกัน กับงานพระราชพิธีที่จัดขึ้นในวันที่ 9 มิ.ย.49 ที่ผ่านมานี้...โชคดีที่มีมติจากคณะรัฐมนตรีประกาศให้วันที่ 9 มิ.ย.49 เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษทั่วประเทศ เลยทำให้ได้มีโอกาสดูการถ่ายทอดงานพระราชพิธีจากทีวี...ภาพที่ปรากฏบนทีวีวันนั้นจนวันนี้ยังจำได้ติดตากับภาพคนไทยนับล้านๆคนร่วมใจกันใส่เสื้อเหลือง และกล่าวคำว่า ทรงพระเจริญ......ภาพในหลวงที่ทรงยืนคู่พระราชินี และโบกพระหัตถ์ให้กับประชาชนของท่าน...มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เมื่อได้เห็นภาพนี้ ความรู้สึกประทับใจ ปลาบปลื้มใจ ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองยิ้มออกมาแต่ในขณะที่เดียวกันน้ำตามันก็ไหลออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว....หันหน้าไปทางน้องสาว ปรากฏว่าร้องไห้โดยที่ไม่นัดหมายออกมาพร้อมๆกัน มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก...บอกได้แค่ว่า จูจุ๊บรัก
ช่วงนี้ก็จะมีแต่คนส่งรูป เรื่องราว ต่างๆของในหลวงมาให้ อ่านแล้วก็ยิ้มค่ะ และก็รักในหลวงมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งได้ดูโฆษณาต่างๆ โดยเฉพาะชุด “พ่อ...มองเห็นเราเสมอ” ดูครั้งแรก ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าเป็นโฆษณาอะไร ช่วงแรกก็ดูผ่านๆ ก็งงเหมือนกันว่า เด็กผู้หญิงคนนั้นเขียนจดหมายให้ใคร พอดูจบ ร้องไห้ออกมาเลยค่ะ ซาบซึ้งมาก...ช่วงนี้รู้สึกว่าอารมณ์จะอ่อนไหวเป็นพิเศษ ร้องไห้ง่าย ทั้งๆทีเมื่อก่อนแทบจะไม่ร้องไห้เลย..ไม่ว่าเรื่องจะซึ้ง จะเศร้ามากแค่ไหน อย่างมากก็แค่รู้สึกเศร้า น้ำตาซึม.....อีกโฆษณา คือ In Your Heart นอกจากนี้ก็มีอักหลายตัวค่ะที่ทำได้ดี แต่ 2 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประทับใจสุดๆแล้ว ใครสนใจเข้าไปดูได้ที่นี้ค่ะ
พ่อมองเห็นเราเสมอ http://www.adintrend.com/show_ad.php?id=837
In Your Heat http://www.adintrend.com/show_ad.php?id=836
จากที่เคยสัญญาไว้ว่าจะถ่ายรูปน้องหมามาให้ดูกันนั้น...สัญญาค่ะ ถ้าอาทิตย์นี้ไม่ลืมเอากล้องกลับบ้าน รับรองอาทิตย์หน้าได้เห็นน้องหมาแน่ๆค่ะ...ตอนนี้กำลังน่ารักเลย อวบอ้วน กำลังน่ากินเชียว อิอิ...ตอนนี้ได้ชื่อใหม่แล้วค่ะ จากตอนแรกที่ว่าจะอินเทรนกระแสหนังไทย ให้ชื่อก้านกล้วยกับชบาแก้ว แต่เนื่องจากไม่ผ่านมติจากสภาประจำบ้าน...ตอนนี้ได้ชื่อใหม่ว่า Goldy กับ Money เนื่องจากว่า ป๊ะป๋าบอกว่า ถ้างวดนี้ป๊ะป๋าถูกหวยอีก จะไม่ขายเจ้า 2 ตัวนี้ค่ะ อิอิ จูจุ๊บก็เลยตั้งชื่อเอาเคล็ดซะเลย เผื่อว่าเงินทองจะได้ไหลมาเทมาให้ป๊ะป๋า จูจุ๊บก็จะได้สบายไปด้วย งิงิ....เย็นนี้คงรู้ผลแล้วค่ะ ว่าจะอยู่หรือว่าจะไป......
ตอนนี้เจ้า Goldy กำลังซนเลยค่ะ...ตัวเล็กยังกะหนู อ๋อ!!..ลืมบอกว่าไปว่าเป็น น้องหมาชิวาว่าขนยาว เผื่อว่าบ้างคนไม่รู้...ตอนนี้อายุยังไม่ถึงเดือนเลยค่ะ แต่เริ่มหนีเที่ยวแล้ว อิอิ...ปกติจะเอาใส่ไว้ในกาละมัง ไว้ในห้องหลังบ้าน เดี๋ยวนี้ปีนกาละมังออกมาได้แล้วค่ะ แต่ก็จะกระดื้บๆกันอยู่ในห้องนั้นแหล่ะ (หนักพุง เดินไม่ได้ต้องกระดื้บเหมือนหนอน อิอิ)..วันก่อน แม่ออกมาที่ห้องหลังบ้าน ปรากฏว่าเจ้า Goldy หายไปค่ะ แม่ก็ออกตามหาแถวโต๊ะหลังบ้านหน้าห้องครัว ก็คิดว่าไม่น่าจะไปไหนไกลได้ เพราะว่าตัวมันเล็กจิ๊ดเดียวเอง ขาเล็กๆสั้นๆคงไปไหนได้ไม่ไกล...หายังไงก็ไม่เจอซักที ผลสุดท้ายคุณชายตกลงไปนอนเล่นอยู่ในท่อระบายน้ำริมรั้วบ้าน ดีนะที่ไม่เป็นอะไรไป เกือบกลายเป็นหมาท่อระบายน้ำซะแล้ว...ถือได้ว่าเป็นการผจญภัยครั้งแรกของ เจ้า Goldy ก็ว่าได้…แถมเมื่อวานจะหนีเที่ยวอีกแล้วค่ะ...ยืนทำขนมปังกระเทียมอบชีสอยู่ในห้องครัวดีๆ หางตามันก็แว๊บๆ เหมือนก้อนอะไรน้ำตาลๆดำๆ ดุ๊กดิ๊กๆ กระดื้บๆ กลิ้งกะลุ๊กๆ ลงบันไดห้องหลังบ้านกลิ้งลงมาเสร็จ ก็ครางหงิ๊งๆ เฮ้อออ!! ยังไม่ทันไรเลย หนีเที่ยวแต่เด็กซะแล้ว...........ส่วนนู๋ Money ก็เรียบร้อยสมกับเป็นกุลสตรี กินๆนอนๆ ไม่ดื้อไม่ซน จับอุ้มไว้ท่าไหน ก็นิ่งตลอด...เฮ้อออ ตัวนึงก็ซนเหลือเกิน อีกตัวนึงก็นิ่งเกินไป...อาทิตย์หน้าจะเอารูปมาลงให้ดูกันนะคะท่านผู้ชม...ตอนนี้ดูรูปที่เคยถ่ายไว้นานแล้ว ตอนที่พึ่งเกิดไปก่อนนะคะ น่าจะอายุประมาณ 3-4 วัน เหมือนหนูมั๊ยค่ะ
คุณแม่แนนซี่กับลูกๆ
ตัวข้างบนสีดำ นู๋ Money ค่ะ...ตัวข้างล่างดูดีๆจะเห็นเป็นสีน้ำตาลเข้ม เจ้า Goldy ค่ะ
มองเห็นมั๊ยคับ ก้อนอารัยดำๆๆ
วันนี้มี icon MSN มาฝากค่ะ...ตอนแรกก็ได้มาทีละตัว 2 ตัว พอได้จากคนโน่น คนนี้มาเรื่อยๆ ก็เอ๊ะ!! น่ารักดีเหมือนกัน เลยเริ่มคิดที่จะสะสมเป็น Collection ไล่ถามคนโน้นคนนี้ว่ามีอีกมั๊ยๆๆ จนในที่สุด น้องกอล์ฟที่แสนน่ารักก็สามารถหา Collection นี้มาให้....ขอขอบคุณน้องกอล์ฟมากๆนะคะ.....ตอนแรกก็ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร แต่ชื่อไฟล์ที่ส่งมาบอกว่า Onion เลยพึ่งรู้ว่ามันเป็นเจ้าหัวหอมนี่เอง อิอิ
![]() ![]() ![]() ![]() 6月2日 ขออนุญาต...เป็นหนอนขี้เกียจ งิงิช่วงนี้ขออนุญาตทำตัวขี้เกียจเล็กน้อยนะคะ(เล็กน้อยหรือป่าว ชักไม่เน่ใจ)...อยากอัพ Blog แต่ว่าขี้เกียจคิดเรื่อง ขี้เกียจพิมพ์ ขี้เกียจอัพรูป 555 ช่วงนี้เลยไม่ได้เขียนเรื่องอะไร แต่ด้วยความอยากอัพเลยเอารูป เอาเรื่องราวดีๆมาลงแทนค่ะ.....สรุปก็คือ ขี้เกียจๆๆๆๆ ป่วงๆๆๆ เซงๆๆๆ อาการหนอนบ้าเริ่มกำเริบ ระวังอย่าเข้าใกล้ แหง๊งงงง.....
ที่จริงมีเรื่องจะอัพเกี่ยวกะน้องหมาที่บ้าน น้องหมาชิวาว่าพึ่งเกิด 2 ตัวจ้า ถ่ายรูปมาเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าถ่ายตอนเกิดได้ 2 วัน ดูไม่ค่อยออกว่าเป็นหมา หรือว่าเป็นหนู ตัวดำๆหน้าดำๆ อิอิ ไว้โตกว่านี้และ เริ่มเห็นความสวยความหล่อ จะถ่ายรูปมาให้ดูนะจ๊ะ...ว่าจะตั้งชื่อว่า ก้านกล้วย กะ ชบาแก้ว แต่ที่บ้านไม่มีใครเห็นด้วยซักคน เฮ้อออ จะอินเทรนส่งเสริมหนังไทยซะหน่อย...
ช่วงนี้....เพื่อนๆมีปัญหา เรื่องของความรัก ผู้ชายทำไมถึงชอบทำให้แฟนตัวเองต้องเสียใจนะ ไม่เข้าใจจิงๆเลย (ก็เข้าใจว่าผู้ชายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผู้หญิงแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน) ก็คงจะเหมือนเพลงมั๊ง หรือผู้ชายดีๆจะมีแต่ในนิยาย หรือว่าผู้หญิงชอบคนเลว ปัญหาโลกแตก เหมือนไก่กะไข่อารัยเกิดก่อนกัน เกี่ยวกันมั๊ยเนี่ย....เคยอ่านเจอประโยคนึงในหนังสือ เมื่อนานมาแล้ว "จะสอนให้ผู้ชายเลิกเจ้าชู้ สู้ไปสอนควายเต้นแดนเซอร์ยังจะ work กว่า" อันนี้อ่านเจอจริงๆนะ.....ความคิดส่วนตัว ผู้ชายทุกคน มีความเจ้าชู้อยู่ในตัว....เพียงแต่จะกระทำออกมามากน้อยแค่ไหน.............ไม่ใช่ผู้หญิงไม่เจ้าชู้...แต่ถ้าผู้หญิงคบใครเป็นแฟนแล้ว ความเจ้าชู้ก็ถูกเก็บไว้ในซอกลึ๊กกกกก ลึกกกกของจิตใจ....แต่ผู้ชายคบใครเป็นแฟนแล้ว ความเจ้าชู้ก็ยังคงมีอยู่......................................................เฮ้อออออ ไปๆมาๆ บ่นเรื่องอารัยเนี่ย...อันนี้ก็แค่ความคิดของหนอนขี้เกียจตัวนึง
เฮ้อออ ขี้เกียจๆๆๆ...............................ขอแนะนำเพื่อนๆมีช่วงนี้รู้สึกไม่สบายใจ ไปทำบุญค่ะ ทำสิ่งดีๆให้กับจิตใจดวงน้อยๆของเรา งิงิ...วันพรุ่งนี้ก็จะไปทำสังฆทานที่วัดร่ำเปิงกะเพื่อนสาว...ใครที่คิดจะทำบุญด้วยการถวายสังฆทาน ขอแนะนำว่าให้ไปซื้อของเอาเองดีกว่า เพราะว่าชุดสังฆทานถังเหลืองๆที่เค้าจัดไว้ บางที่ของก็คุณภาพไม่ดีค่ะ....ถ้าจะซื้อเองต้องมีสิ่งของสำคัญดังนี้นะคะ ข้าว น้ำ น้ำตาล เทียน ธูป หรือว่า หลอดไฟ นะคะ แล้วอย่างอื่นตามแต่ศรัทราจ้า
ป.ล อ่าน Blog นี้แล้วจะงงหน่อยนะ เพราะว่าไม่ได้คิดจะเขียนอะไรเยอะแยะขนาดนี้...จะเข้ามาบอกแค่ 2 ย่อหน้าแรกเท่านั้น...คงจะเป็นเพราะเรื่องราวของเพื่อนๆ คนรู้จักวนเวียนอยู่ในหัว และอากาศภายนอกเป็นใจให้เกิดอาการ...งิงิ จริงๆฝนตกหนัก กลับบ้านไม่ได้..เลยนั่งพิมพ์ก๊อกๆแก๊กๆไปเรื่อยเปื่อย.....อ่านแล้วอาจจะมี ง.งู โผล่ขึ้น 2 ตัว ถึงเป็นฝูงได้ อิอิ....... ป.ล2 แง แง ฝนก็ตก รถก็ติด กลับบ้านไม่ได้ ฮือ ฮือออออ จะรีบกลับบ้านไปแต่งตัวสวย...ไปเที่ยวซักหน่อย......โย่วๆๆ คืนนี้เจอกันที่ RiverSide นะจ๊ะ Girls Gang...Let's Party |
|
|