JujOoP 的个人资料(づ ̄ ³ ̄) Jujoop...Jujoop照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
7月14日 รวมเด็ดสะเก็ดข่าว By Jujoopกลับมาแล้วค่า…..หลังจากที่ห่างหายไปนานเนื่องจากว่า อาทิตย์ก่อนงานยุ่งมากๆๆ ดูได้จาก Status บน MSN ขึ้น Busy ไว้ แถมไม่ได้เข้าไปแชทป่วนชาวบ้านเหมือนทุกทีอีกตะหาก สร้างความประหลาดใจให้กับสาวก MSN หลายๆคน อิอิ ยุ่งจริงๆเลยค่ะ ต้องรีบนั่งเทียนเขียนรายงาน เฮ้ยยย ย ยยย!! รวบรวมข้อมูลเขียนรายงานส่งตึกหน้าค่ะ...งงล่ะซิ ตึกหน้า คืออารัย แต่ถ้าคนที่ทำงานหรือว่าเรียนอยู่ในแวดวงสังคมม.เชียงใหม่ ก็จะทราบดีค่ะ ตึกหน้า = ตึกที่อยู่ด้านหน้ามช. ซึ่งก็คือ ตึกอธิการบดี ทำงานรายงานส่งตึกหน้าค่ะ โอ้ๆๆ!! งานใหญ่เลยคราวนี้ เลยได้กลายเป็นหัวหน้ากอง กองจริงๆค่ะ กองเต็มโต๊ะ เอกสารกองเต็มโต๊ะ ขนไปขนมาระหว่างบ้านกะที่ทำงาน สงสัยเพราะแบบนี้เลยไม่มีความรู้สึกอยากจะอัพ Blog เท่าไหร่ คิดๆๆๆเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกจะขีดเขียนเรื่องที่อยากเล่าออกมายังไงดี ความขี้เกียจเข้าครอบงำอีกแล้ว (ประจำ) แต่หลังจากที่ได้ชาร์ตแบตเต็มที่ หยุด 4 วัน นอนอืดๆอยู่บ้านทั้งวัน ไม่ออกไปไหนก็ไม่เปลืองน้ำมัน ไม่เปลืองเงินอันน้อยนิดในกระเป๋าตังส์แห้งๆ หุหุ แต่กลายร่างเป็นชาวเกาะแทน (เกาะพ่อเกาะแม่) เอาเป็นว่า Blog นี้จะรวมเด็ดสะเก็ดข่าวที่สะสมไว้เลยล่ะกันนะคะ
เรื่องที่ 1 : แต่งงานแล้วจ้า.......ไม่โสดแล้วค่า
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 มิถุนายน 2549 ที่ผ่านมา ได้ไปร่วมแสดงความยินดีในงานแต่งงานของเพื่อนมาค่ะ เต้ย (เจ้าสาว) และ บอล (เจ้าบ่าว) งานนี้ถือได้ว่าไปเป็นเพื่อนทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวค่ะ คู่นี้คบกันมานานมาก ตั้งแต่ปลายๆปี 1 ค่ะ....เป็นคู่ที่น่ารักอีกคู่หนึ่งเลย ฟันฝ่าอุปสรรคมากมายมาด้วยกัน จนในวันนี้ที่เค้า 2 คน ได้แต่งงานกันค่ะ...งานนี้นอกจากจะเป็นงานแต่งงานแล้ว ยังเป็นงานร่วมรุ่นเพื่อนฝูงอีกด้วย...ได้เจอเพื่อนตั้งแต่สมัยประถม ม.ต้น ม.ปลาย ป.ตรี ป.โท โหหห!! อะไรจะเยอะแยะรวมมาซะหลายรุ่นขนาดนั้นใช่มั๊ยค่ะ เรื่องมันก็มีอยู่ว่า…..
เต้ย กับ จุ๊บ เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก สมัยเรียนอยู่ที่พระหฤทัย จำไม่ได้ว่าตั้งแต่ชั้นอะไร แต่ก็มาเริ่มห่างๆกันตอน ม.ต้น เพราะว่าอยู่คนละห้องกัน จนห่างเหินกันไปตอนม.ปลาย แต่ก็กลับมาสนิทกันอีกที ตอนเรียนป.ตรี คณะมนุษยศาสตร์ สาขาบรรณารักษศาสตร์ (ภูมิใจนำเสนอ อิอิ) แล้วก็ได้เรียนป.โท สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการ มช. ด้วยกันอีก
บอล กับ จุ๊บ เป็นเพื่อนที่ไม่สนิทกันเลย มีแต่ด่ากันตลอด 555 เพราว่าปาก ห-ม-า พอๆกันทั้งคู่ เรียนม.ปลายด้วยกันมาค่ะ ที่โรงเรียนมงฟอร์ต บอลก็ถือว่าเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งค่ะ ยกเว้นแค่เรื่องเดียวก็เรื่องปาก...ไงค่ะ อิอิ
เอาเป็นว่าลองดูภาพบรรยากาศที่เอามาฝากที่ PHOTO ได้นะคะ ขอบอกว่างานนี้ประทับใจมากๆๆ จัดงานได้สวยมากเลยค่ะ และเจ้าสาวสวยมั่กๆๆขอบอก ส่วนเจ้าบ่าวเหรอ อ่ะๆๆ หล่อก็ได้ (ชมวันนี้วันเดียวนะบอล 555) ยังไงก็ขอให้มีควาสุขมากๆนะจ๊ะ...อยากได้หลานๆๆ อิอิ
เรื่องที่ 2 : เรื่องของพี่ๆน้องๆ
ไม่วันใดวันหนึ่งของเมื่ออาทิตย์ก่อน แหะ แหะ จำไม่ได้ค่ะว่าวันไหน อ้าววว!! ก็รู้อยู่เจ้าของ Blog มีความจำสั้นเหมือนปลาทอง เรื่องมีอยู่ว่า ด้วยความที่วันนั้นเลิกงานแล้วยังไม่อยากกลับบ้าน แล้วก็ไปหลอกขอกินข้าวฟรีที่คอนโดพี่สาวคนที่ 2 ขอกินข้าวฟรีจริงๆ เพราะว่าซื้อแต่กับข้าวเข้าไป งิงิ แต่วันนั้นกับข้าวที่ซื้อไป เจ้าของร้านไม่อยู่ ลูกน้องเลยเป็นคนทำ ไม่อร่อยเลย ฮือ ฮือ ผิดหวังจัง อ้าว!!! นอกเรื่องๆๆ ก็หลังจากที่กินข้าวเสร็จ พี่เขยก็ออกไปติวหนังสือ ก็เลยเหลือกัน 2 คนพี่น้อง อีกซักแป๊ปพี่สาวคนโตก็มาหา เอาของฝากมาให้ หุหุ ก็เลยกลายเป็น 3 คนพี่น้อง เสียดายที่น้องสาวคนเล็กไม่ได้มาด้วย (อิอิ ใช่แล้วค่ะ เรามีกัน 4สาว 4จ. :เจี๊ยบ, จิ๊บ, จุ๊บ, แจน) ก็ไม่รู้มันเริ่มขึ้นมาได้ไง นั่งคุยเรื่องนู่นกันไปเรื่องนี้กันมา เลยกลายเป็นได้พูดคุยกันในทุกๆเรื่องๆ เรื่องสมัยอดีต เรื่องที่แต่ละคนเจอะเจอมา เรื่องครอบครัว เรื่องเพื่อน ฯลฯ คุยไปคุยมา เรื่องที่เรา 3 คน พี่น้องรู้สึกเหมือนกัน คือ เรื่องของความเหงา เรื่องเพื่อนเหมือนกัน....เวลาที่อยากไปไหน แต่ไม่มีเพื่อนไป อยากไปเที่ยว แต่ไม่รู้จะชวนใคร เลิกงานแล้วไม่รู้จะไปไหนดี อารัยทำนองเนี่ยะ...อืมมม หลังจากที่แยกย้ายกันกลับบ้าน ตอนที่ขับรถกลับบ้านมันมีความรู้สึกดีๆเกิดขึ้นมายังไงก็ไม่รู้ มันเหมือนได้ผูกพันกันมากขึ้น รู้เรื่องที่ไม่เคยคาดคิด รู้สึกว่าเราหัวอกเดียวอารัยทำนองนั้น เพราะว่าปกติเรา 4 คน พี่น้องจะไม่ค่อยได้นั่งคุย หรือเล่าเรื่องของเราให้คนอื่นๆฟัง ปกติถ้าคุยกันก็เป็นเรื่องทั่วๆไป หรือไม่ก็ทะเลาะกันตามประสาพี่ๆน้องๆ...สงสัยต้องหาเวลามานั่งเม้าท์กันบ่อยๆซะแล้ว
เจี๊ยบ : พี่สาวคนโต โตจริงๆค่ะ ดูได้จากหุ่น อิอิ เจี๊ยบเป็นลูกคนโต เป็นหลานคนแรก ของครอบครัวแม่ค่ะ....เจี๊ยบชอบแกล้งน้อง ฮือ ฮือ ตอนเด็กๆชอบแกล้งจุ๊บประจำ ชอบรวมหัวกะจิ๊บแกล้งจุ๊บ ฮือ ฮือ เจี๊ยบคุยเก่งค่ะ เก่งมากกกกก คุยได้ทุกเรื่อง ดูเป็นคนที่อารมณ์ดี แต่บางครั้งก็ดูซีเรียส...
จิ๊บ : พี่สาวคนรอง คนนี้ไม่โสดแล้วค่ะ พึ่งแต่งงานไปเมื่อต้นปีนี้เอง (อยากเห็นไปดูได้จากใน Blog ที่ผ่านมาได้ค่ะ) จิ๊บดูภายนอกจะดู สวย เริ่ด เชิด หยิ่ง แต่จริงๆแล้ว นิสัยก็เป็นแบบนั้นจริงๆ 555 ไม่ใช่ๆๆ สวย เริ่ดอ่ะถูก แต่ เชิด หยิ่ง ไม่จริงเลย จริงๆแล้ว จิ๊บเป็นคนขี้อาย ก็เลยไม่กล้าคุยกะใครก่อน เลยทำให้ดูเหมือนหยิ่งๆ แต่จริงไม่หยิ่ง ก็แค่ดุเฉยๆ อิอิ
จุ๊บ : ลูกสาวคนที่ 3 ของบ้าน อ้าวว ตัวเราเองนี่นา อิอิ จุ๊บเป็นเด็กเก็บมาเลี้ยงค่ะ แต่เก็บมาจากไหนไม่รู้ ฮือ ฮือ ก็คนอื่นเค้าตา 2 ชั้นกันหมด จำมายนู๋ออกมาตาชั้นเดียวอยู่คนเดียว แถมเป็นลูกเป็ดขี้เหร่ของบ้าน...แบบว่าจะพยายามไม่ให้ใครรู้จักพี่และน้อง เพราะว่าถ้าใครได้เจอ มักจะถูกประณามว่า ทำไมพี่น้องแกเค้าสวยกันหมด ทำไมขี้เหร่อยู่คนเดียว เฮ้อออ !!! เศร้า....หลังๆมาก็เลยก็คิดได้ เอาว่ะ คนอื่นเค้าสวย แต่ว่าชั้นน่ารัก โฮ๊ะๆๆๆๆ เรื่องนิสัยเหรอค่ะ ขี้งอน ขี้น้อยใจ ขี้เกียจ ซุ่มซ่าม ติ๊งต๊อง ฯลฯ (ว่าตัวเองก็ว่าได้จิ ขืนไปเขียนนิสัยของคนอื่นแบบนี้เดี๋ยวโดนฆ่าแน่ๆ 555) แต่ส่วนที่ดีก็มีนะคะ ก็ไอ้ตรงความน่ารักไงค่า
แจน : น้องสาวคนสุดท้อง.....จากเด็กน้อยเหมือนจะเป็นทอม บัดนี้กลับกลายเป็นสาวน้อยแสนสวยที่เป็นที่หมายตาของหนุ่มๆทั้งหลาย (แหวะๆๆๆๆ) แจนเป็นคนที่หน้าตาน่ารักมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ ถ่ายรูปออกมาเหมือนลูกครึ่งเลย..ไม่เคยชมแจนเลยนะเนี่ย ไม่บอกหรอก เดี๋ยวได้ใจ หลังๆมานี้เริ่มเห็นความสวยของน้องสาวตัวเอง อิอิ....ด้วยความที่เป็นลูกคนเล็ก เลยเป็นลูกรักของแม่ (แม่ก็จะบอกว่าแม่รักลูกทุกคนเท่ากันนนน) ส่วนนิสัยเหรอค่ะ...ก็เหมือนลูกคนสุดท้องทั่วๆไป คิดอาเองล่ะกันค่า เดี๋ยวจะหาว่าเม้าท์น้องเพราะอิจฉาในความสวยความสาว
เรื่องที่ 3 : ผลงานงานเขียนของจูจุ๊บ
หลังจากที่มีเพื่อนๆบอกว่า จุ๊บมีความสามารถในเรื่องการเขียน (การเขียนแบบบ่นๆ) น่าจะลองเขียนเป็นเรื่องราวดูบ้าง เลยทำให้นึกย้อนไปสมัยที่เรียนป.ตรี ซักประมาณ ปี2 หรือ ปี3 ฟังดูเหมือนนานมาแล้ว แต่จริงๆก็พึ่ง 2ปีที่ผ่านมานี้เอ๊งง...หุหุ ไอ้ที่เกินๆมาขอเอาไปฝากไว้ในธนาคารก่อนล่ะกัน ไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองแก่ แบบว่าจบมานานแล้ว ตอนนั้นลงเรียนวิชาหนึ่งของ คณะมนุษย์ ภาษาไทย จำไม่ได้ว่าชื่อวิชาอะไร แต่ว่าเป็นวิชาที่ต้องเขียนงานส่งอาจารย์ บางทีก็ให้เขียนเรื่องสั้น เขียนเรื่องที่ประทับใจ เขียนบทสัมภาษณ์ต่าง ๆ รู้สึกว่าตอนนั้นชอบเวลาที่ได้คิด ได้เขียนเรื่องราวออกมา ซึ่งบางทีก็วกวน น้ำท่วมทุ่งเหมือนเวลาที่เขียน Blog อยู่ทุกวันนี้แหล่ะ 555 เมื่อวันก่อนมีโอกาสได้ค้นงานเขียนที่เขียนส่งอาจารย์ออกมานั่งอ่านใหม่ เหอๆๆ ส่วนมากแล้วคะแนนที่ได้ คือ C อ่านคอมเม้มของอาจารย์ บอกว่า คุณเหมาะที่จะเขียนงานแนวจินตนาการ นวนิยาย และอื่นๆ จำไม่ได้ล่ะ (ก็บอกแล้วความจำสั้น) อืมม มันเลยทำให้คิดว่า น่าจะลองเขียนเรื่องขึ้นมาซักเรื่องดีมั๊ย แต่ก็ได้แต่คิดนะ เพราะว่าความเป็นหนอนขี้เกียจ (อีกแล้ว หุหุ) ไม่ใช่หรอก ตอนนี้ไม่รู้จะเขียนอะไรดี เอาเป็นว่าเขียนใน Blog ไปก่อนล่ะกัน อิอิ....ไว้ว่างๆ จะไปพิมพ์เรื่องที่เขียนส่งให้อาจารย์มาให้อ่านกันนะจ๊ะ เป็นเรื่องราวของน้องหมาที่บ้านเอง
เรื่องที่ 4 : กีฬา-กีฬา
จุ๊บ กับ กีฬาเป็นของคู่กันค่ะ แต่ว่าเป็นคู่ขนาน คือไม่มีทางมาบรรจบกันได้ หุหุ ถือได้ว่าจุ๊บเป็นคนๆหนึ่ง (หวังว่าคงมีคนที่เหมือนกัน) ที่ไม่มีความสามารถทางด้านกีฬาใดๆ ทั้งสิ้น ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว วิชาพละ ไม่ต้องลุ้นเลยว่าจะได้เกรด 2 – 3 – 4 ดีสุดก็ได้มาแค่ เกรด 1 แต่ส่วนมากจะติด 0 ซะมากกว่า...ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร แต่ก็คิดว่าสาเหตุอาจมาจาก เมื่อก่อนจุ๊บอาศัยอยู่บนตึก ที่ไม่มีพื้นที่ให้สามารถซ้อม หรือเล่นกีฬาใดๆ ได้เลย และอีกสาเหตุหนึ่ง คือ ใส่แว่นค่ะ ใช่แล้ว จุ๊บใส่แว่นมาตั้งแค่เด็กๆ แหะ แหะ ทำให้ไม่กล้าเล่นกีฬาอะไรทั้งนั้น เพราะกลัวแว่นแตก ที่สำคัญกลัวเจ็บเจ้าค่ะ...สงสัยคงเป็นสาเหตุนี้มั๊งค่ะ ที่ทำให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถด้านกีฬา ไม่ใช่ว่าไม่เล่นกีฬา แล้วจะไม่สนใจกีฬานะคะ....ชอบดู ซะมากกว่า ดูบาส ดูบอล ดูเทนนิส ดูกอล์ฟ ดูมวยปล้ำ ฯลฯ ส่วนมากก็ดูเป็นเพื่อนป๊ะป๋าค่ะ...ดูกีฬาเป็นเพื่อน แล้วก็หลับหน้าทีวีเป็นเพื่อนด้วย งิงิ
เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ก.ค. 2549 ลุ้นเทนนิสชิงแชมป์ วิมเบิลดันหญิงเดี่ยว ระหว่าง...“จัสติน เอแนง อาร์เดนน์” จากเบลเยี่ยม และสาวหล่อ “อเมลี โมเรสโม่” มือ 1 ของโลกจากเมืองน้ำหอม....เชียร์ จัสติน เอแนงสุดฤทธิ์ค่ะ...แต่สุดท้ายก็ต้องแพ้สาวหล่อไป 2-1 เซต ซึ่งเซตแรก เอแนง ระเบิดฟอร์มสุดยอดเบรกเกมเสิร์ฟ โมเรสโม่ และเอาชนะไปก่อน 6-2
แต่ว่าเซตที่สองนี้ซิค่ะ โมเรสโม่ เบรกเกมเสิร์ฟขึ้นนำไปก่อน แต่เกมที่ 7 เอแนง เบรกคืนไล่มา 3-4 แต่ว่า โมเรสโม่ ก็เบรกคืนในเกมถัดมานำห่างอีกครั้งเป็น 5-3 เกมถัดมา เอแนง ได้เบรกพ๊อยท์ถึง 3 ครั้งแต่ว่าทำไม่ได้ซักที ทำให้โมเรสโม่ ปิดเซตสอง 6-3 ไล่มาเสมอกัน 1-1 เซต
มาถึงเซตตัดสิน โมเรสโม่ ยิ่งเล่นยิ่งดี เบรกเสิร์ฟในเกมที่ 3 ขึ้นนำก่อน สุดท้ายโมเรสโม่ ก็เอาชนะ เอแนง รองแชมป์ที่นี่เมื่อ 5 ปีก่อน 2-1 เซต 2-6, 6-3, 6-4 คว้าแชมป์ วิมเบิลดันปีนี้ไปครอง (ที่มา : Manager Online : http://www.manager.co.th/)
ถัดมาอีกวัน วันอาทิตย์ที่ 9 ก.ค. 2549 ก็เป็นการแข่งขันชิงแชมป์ชายเดี่ยวระหว่าง “โรเจอร์ เฟเดอเรอร์” มือ 1 ของโลกชาวสวิส กับ “ราฟาเอล นาดาล” ดาวรุ่งจากสเปน 3-1 เซต ทำให้คว้าแชมป์วิมเบิลดัน มาครองเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันเลยทีเดียว โดยสถิตพบกัน 7 ครั้งหลังสุด นาดาล กวาดชัยไปถึง 6 ครั้ง
เซตแรกตกเป็นของ เฟเดอเรอร์ แต่เพียงผู้เดียวโดยเอาชนะไปอย่างง่ายดายก่อน 6-0 แต่เซตที่สอง นาดาล เบรกเสิร์ฟขึ้นนำแต่หัววัน 1-0 แต่แล้วเฟเดอเรอร์ ก็สามารถเบรกเกมเสิร์ฟคืนในเกมสำคัญเกมที่ 10 เสมอกัน 5-5 พร้อมพลิกเอาชนะไปในช่วงไทเบรก 7-6(7-5) ขึ้นนำห่าง 2-0 เซต
มาถึงเซตที่สามทั้งคู่ยื้อกันจนถึงช่วงไทเบรกก่อนที่ นาดาล ซึ่งเล่นได้ดุดันกว่าเอาชนะไป 7-6(7-2) ไล่มา 1-2 เซต มาถึงเซตที่สี่ เฟเดอเรอร์ สบโอกาสเบรกเกมเสิร์ฟพร้อมขึ้นนำ 5-1 แต่ นาดาล ก็ยังเบรกคืนในเกมที่ 7 ไล่มา 2-5 แต่ก็เท่านั้น เฟเดอเรอร์ เร่งเครื่องและชนะไปในที่สุด 6-3 ทำให้ เฟเดอเรอร์ ล้างแค้นได้สำเร็จด้วยการเอาชนะ นาดาล 3-1 เซต 6-0,7-6(7-5),6-7(2-7),6-3 (ที่มา : Manager Online : http://www.manager.co.th/)
และวันอาทิตย์ที่ 9 ก.ค. 2549 ก็เป็นวันที่หลายๆคนนี้ตั้งตารอ ลุ้นว่าประเทศใดจะได้เป็นแชมป์บอลโลก 2006 นี้ แต่งานนี้จุ๊บไม่ได้ดูค่ะ โหหห กว่าจะออกก็ตั้งตี 1 กว่า เกือบๆ ตี 2 หลับไปแว้วววว....ถ้าได้หลับไม่มีทางตื่นมาดูเหมือนคนอื่นๆได้หรอกค่ะ อย่างมากก็แค่ลืมตามาดูได้ซัก 5 นาที แล้วก็หลับต่อ.................ผลสุดท้ายก็เป็นที่รู้กันว่าแชมป์บอลโลก ปี 2006 ก็ได้แก่ แต่น แต๋นนนน แตนนน “อิตาลี” นั้นเอง...แต่กระแสบอลโลกปีนี้ที่ไม่ได้สร้างความฮือฮาเฉพาะผลแชมป์เท่านั้น แต่เพราะว่าเกิดกรณีต่างๆ มากมายตั้งแต่เรื่อง รูนีย์เหยียบ.. กับโด้น้อยจิกตา หรือแม้แต่การอำลาวงการฟุตบอลด้วย ท่าโหม่งสะท้านโลกของซีดาน...จนไปถึงรหัสลับมาเตรัสซี่ ที่ตอนนี้สำนักข่าวหลายที่ต่างพากันไปจ้าง นักอ่านปากตีความมากมาย...ผลสรุปสุดท้ายจะเป็นอย่างไร ซีดานจะโดนยึดรางวัลคืนหรือไม่ แล้วจะมีใครมาไขรหัสลับมาเตรัสซี่ได้สำเร็จหรือป่าว จะมีบทลงโทษยังไง ก็คงต้องติดตามดูกันต่อไปค่า
เรื่องที่ 5 : มือวางอับดับหนึ่งในการจับคุณกิ้ม
จั๊กกิ้ม (ไม่แน่ใจว่าสะกดถูกหรือป่าว) หรือ คุณกิ้ม ก็คือ จิ้งจกนั้นเอง....ช่วงนี้คุณกิ้มไม่รู้มาจากไหน แฝงกลายอย่างเงียบกริบเข้ามายึดครองห้องต่าง ๆ ภายในบ้านแทบทุกห้อง เท่าที่ออกมาให้เยี่ยมๆมองๆให้ได้เห็นกัน ก็จะเป็นที่ห้องรับแขก ห้องครัว และในห้องนอน...แต่ตอนนี้เท่าที่สังเกตดูตัวที่ใหญ่ที่สุด อาศัยอยู่ในห้องนอนของพี่สาวคนรอง (เนื่องจากย้ายไปอยู่กับคุณสามีที่คอนโด ห้องเลยว่าง) ในห้องนอนจุ๊บพึ่งเห็นเมื่อวันก่อนค่ะ หางกุดซะด้วย หุหุ เข้ามาจากทางไหนไม่รู้เหมือนกัน สงสัยจะเป็นทางหน้าต่าง
ที่บ้าน แม่จะเป็นมือวางอันดับ 1 ในการจับคุณกิ้มไปปล่อยนอกบ้านค่ะ แต่ว่าปล่อยตรงส่วนไหนไม่เคยตามไปดูซักที ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณกิ้มที่แม่ปล่อยๆไปจะหาทางกลับบ้านถูกหรือป่าว เวลาจับก็ไม่ค่อยจะอยู่ใกล้ๆหรอกค่ะ กลัวคุณกิ้มพิศวาสกระโดดเข้าใส่ แม่กับคุณกิ้มเนี่ยเป็นศัตรูกันมานานแล้วค่ะ จะเรียกว่าศัตรูก็ไม่ถูก เพราะแม่บอกว่าที่จับไปล่อยเพราะขืนคุณกิ้มอยู่ในบ้านก็คงอดตาย จับเค้าไปปล่อยนอกบ้านจะได้มีอาหารกิน
แม่เริ่มจับคุณกิ้มไปปล่อยนอกบ้านหลายปี หลายตัวแล้วค่ะ ตั้งแต่อยู่บ้านหลังเดิม จนย้ายมาอยู่บ้านใหม่ เดี๋ยวนี้ฝีมือในการจับคุณกิ้มก็พัฒนาขึ้นทุกวันๆ แม่นซะด้วย วิธีของแม่คือ ถ้าเมื่อไหร่ที่คนในบ้านเห็นคุณกิ้มลงมาในระยะที่สามารถจับ ก็จะค่อยย่องๆ มาเรียกแม่ค่ะ...แม่ก็เดินไปหยิบอาวุธประจำตัวมา คือ ผ้า 1 ผืน บางทีก็มีไม้ยาวๆ 1 อัน ถ้าคุณกิ้มอยู่ที่สูงแม่ก็จะเอาไม้ไล่ให้คุณกิ้มตกลงมา จากนั้นรีบโยนผ้าไปคลุมคุณกิ้มไว้ แล้วก็รีบกำผ้าขึ้นพา แล้วก็เดินเอาคุณกิ้มไปปล่อยนอกบ้าน.....พอเสร็จสิ้นพิธีการต่าง ๆ แม่ก็จะสบายใจ มีความสุข ลั้น ลันน ลาาาา อิอิ...
เหมือนเมื่อคืนค่ะ เดินเข้าไปล้างหน้า แปรงฟัน หันไปหลังประตู คุณกิ้มส่งสายตาให้กันปิ๊งๆๆๆ อึ๊งไปซัก 3 วินาที ก่อนที่จะหน้าแดงด้วยความเขินอาย เฮ้ย!!ไม่ใช่ ด้วยความตกใจ แบบว่าอยู่ในระดับสายตา ประจันหน้ากัน ปิ๊งๆๆ ก็รีบค่อยกระดื้บ อย่างเบาๆ ออกมานอกห้องน้ำ แล้วเรียกว่า แม่จ๋าาาา คุณกิ้มอยู่ในห้องน้ำ....แม่ก็รีบปฏิบัติการทันที ไม่ถึง 5 นาที คุณกิ้มปิ๊งๆ ก็ได้ระเห็จออกไปอยู่นอกบ้าน...เหอๆๆ ถ้าอยู่ห้องอื่น คงจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นปล่อยไป แต่นี่ดันทะลึ่งมาส่งสายตาปิ๊งๆ ในห้องน้ำ เลยโดยมือวางอันดับหนึ่งจัดการซะเลย
เรื่องที่ 6 : ง่าาา ล้อเล่น ไม่มีแล้วค่า ยาวเกินไปแล้ว เอาไว้เก็บมาอัพ Blog ใหม่อีกทีวันหลัง เพราะว่าตอนนี้ก็ไม่รู้จะเล่าอารัยต่อล่ะ....เอาไว้ติดตามเรื่องราวต่อไปได้ในอนาคตค่ะ......ขอจบรายงานรวมเด็ดสะเก็ดข่าวไว้แต่เพียงเท่านี้......จบข่าว นพกานต์ ศรีสุขวัฒนานันท์ รายงาน จากที่เล็กๆในส่วนหนึ่งของเชียงใหม่ บั๊บบายยยย |
|
|